8.29.2014

GUIDE : เคล็ดลับการเลือกท็อปครัว

วัสดุท็อปครัวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันมี ลามิเนต, หินแกรนิต, ไม้, กระจก, หินอ่อนคอมโพสิต และสเตนเลสสตีล แต่ละชนิดมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน เรามีเคล็ดลับในการเลือกใช้วัสดุต่างๆ มาเป็นท็อปที่เหมาะสมกับครัวของคุณ


สำรวจความต้องการ
  • คิดถึงเวลาที่คุณใช้งานจริง เช่น ความสามารถ และความถี่ในการดูแลรักษา หรือหากคุณมีเด็กอยู่ในบ้าน ท็อปครัวที่เป็นกระจกนั้นไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม 
  • ถ้าคุณเป็นคนชอบทำอาหาร พิจารณาท็อปครัวที่ทนทานต่อความร้อน อย่างการใช้หินแกรนิตรอบเตาไฟ ทำให้คุณยกกระทะร้อนๆ มาพักไว้บนท็อปข้างๆ ได้ทันที
  • หากคุณคำนึงเรื่องสุขอนามัยเป็นพิเศษ นึกถึงวัสดุที่มีคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรียอย่างหินสังเคราะห์ หรือสเตนเลสสตีล

ท็อปไม้ 

ใช้งานได้ดีที่สุดกับ : พื้นที่สำหรับเตรียมอาหาร และบริเวณรับประทานอาหาร เช่น ใช้ท็อปไม้บนไอส์แลนด์ และบาร์รับประทานอาหารเช้า ไม้สักเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการติดตั้งรอบๆ อ่างล้างจาน เพราะมีผิวเคลือบด้วยน้ำมันซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีในการป้องกันความชื้น

ดูดีที่สุด : ท็อปไม้เหมาะกับครัวทุกสไตล์ สามารถใช้ร่วมกับครัวที่มีลุคร่วมสมัยอย่างการใช้ร่วมกับกระจกหรือโลหะสเตนเลสเพื่อเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น ไม้โอ๊คซึ่งมีลวดลายและสีสันสวยงามเป็นตัวเลือกที่ดีเพื่อให้ได้ลุคสบายๆ

การทำความสะอาด : ต้องเช็ดสิ่งที่เลอะทันทีเพื่อไม่ให้เกิดรอยคราบ ก่อนการใช้งานครั้งแรก ให้เคลือบผิวด้วยน้ำมันเคลือบผิวไม้เพื่อลดการซึมของของเหลวต่างๆ รอยขีดข่วนบนผิวไม้สามารถแก้ได้ด้วยใยโลหะขัดไม้

การป้องกันพื้นผิว : ไม้เนื้อแข็งต้องการการเตรียมผิวก่อนใช้งานด้วยการทาน้ำมันสำหรับเคลือบผิวไม้ ให้ทาน้ำมันวันละครั้งในสัปดาห์แรก จากนั้นทาสัปดาห์ละครั้งในเดือนที่สอง และทาเดือนละครั้งในปีต่อๆ ไป 

ความทนทาน : หากท็อปไม้เนื้อแข็งได้รับการเตรียมผิวด้วยการเคลือบน้ำมันแล้ว อายุการใช้งานจะยาวนานมาก แต่อย่าใช้รองแทนเขียง หรือวางกระทะร้อนๆ บนผิวไม้โดยตรง เพราะจะทำให้เกิดรอยไหม้ 
ความสะดวกในการติดตั้ง : ไม้นั้นง่ายต่อการตัดตามขนาดที่ต้องการ และเหมาะกับการใช้ในทุกโอกาส



ท็อปหินคอมโพสิต

ใช้งานได้ดีที่สุดกับ : วัสดุที่มีประสิทธิภาพ และความสวยงามซึ่งปรับใช้ได้ทุกบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใกล้เตาไฟ หรืออ่างล้างจาน

ดูดีที่สุด : ท็อปสีดราม่าอย่างสีเทาเข้มหรือน้ำเงินสร้างลุคหรูเริ่ดในครัวแบบโมเดิร์น และครัวร่วมสมัย หากครัวของคุณมีดีไซน์วินเทจ ควรใช้สีกลางอย่างสีครีม

การทำความสะอาด : เช็ดสิ่งสกปรกพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรอยคราบ โดยใช้ผ้าเนื้อนุ่มชุบน้ำหมาดๆ และน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์อ่อนๆ 

ความทนทาน : หินคอมโพสิตมีความแข็ง และทนทานกว่าหินธรรมชาติหลายชนิด ส่วนสีต่างๆ ก็กลมกลืนเพราะถูกผสมอยู่ในเนื้อของวัสดุ รอยขูดข่วนต่างๆ สามารถแก้ไขได้ด้วยการขัดกระดาษทราย
ความสะดวกในการติดตั้ง : สามารถปรับขนาดและรูปทรงได้ตามต้องการโดยไม่มีรอยต่อ หรือร่องรอยที่อาจเป็นจุดให้น้ำขัง

ราคา : เป็นวัสดุประเภทหนึ่งที่มีราคาสูง


ท็อปหินแกรนิต

ใช้งานได้ดีที่สุดกับ : ทุกส่วนของครัว รวมทั้งข้างๆ อ่างล้างจาน ข้างเตา และเตาอบ การใช้ท็อปหินแกรนิตผิวขัดมันที่มีหน้ากว้างกับไอส์แลนด์ จะสร้างความโดดเด่นห้องครัวได้อย่างยอดเยี่ยม

ดูดีที่สุด : เป็นวัสดุที่ให้ลุคหรูดูดีมีราคาเสมอและไม่เคยตกยุค ทั้งยังเหมาะกับครัวสไตล์วินเทจ และโมเดิร์น สามารถเลือกท็อปหินผิวขัดมันเพื่อลุคคลาสสิก หรือผิวขัดด้านเพื่อความร่วมสมัย

การทำความสะอาด : เป็นวัสดุที่แทบไม่ต้องดูแลรักษาอะไร หากเกิดคราบเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ และน้ำยาทำความสะอาดอ่อนๆ

การป้องกันพื้นผิว : ก่อนใช้งานครั้งแรกควรเคลือบผิวสักครั้ง และไม่ต้องเคลือบอีก 10 ปี

ความทนทาน : ดีที่สุดสำหรับวัสดุจากธรรมชาติ สามารถทนต่อการถูกความร้อนจัด กันน้ำ ป้องกันคราบได้แทบทุกชนิด ยกเว้นคราบจากไวน์และกรดมะนาวที่ควรเช็ดออกทันที

ความสะดวกในการติดตั้ง : ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยียุคปัจจุบัน หินแกรนิตสามารถตัดให้เป็นรูปทรงและขนาดต่างๆ ได้ตามต้องการ แต่อาจลำบากในการขนส่งเคลื่อนย้ายเพราะมีน้ำหนักมหาศาล


ท็อปลามิเนต

ใช้งานได้ดีที่สุดกับ : เป็นวัสดุที่ใช้งานได้ทั่วไป ทั้งพื้นที่เตรียมอาหาร รอบอ่างล้างจาน รอบเตาและพื้นที่ประกอบอาหาร

ดูดีที่สุด : สามารถทำพื้นผิวเลียนแบบผิวต่างๆ ได้ ทั้งหินแกรนิต หินชนวน และไม้ ดังนั้นจึงเหมาะกับครัวทุกสไตล์ทั้งโมเดิร์น และวินเทจ 

การทำความสะอาด : ดูแลรักษาง่าย แทบไม่ต้องทำอะไรมาก เช็ดด้วยผ้าและน้ำยาทำความสะอาดอ่อนๆ

ความทนทาน : ป้องกันคราบและสารเคมีต่างๆ ได้แทบทุกชนิด ยกเว้นความร้อน หรือไอน้ำ ไม่เหมาะกับการใช้เป็นพื้นผิวเพื่อหั่นอาหาร เลือกลามิเนตที่มีความหนา และมีเนื้อวัสดุหนาแน่นเพื่อความทนทานยิ่งขึ้น

ความสะดวกในการติดตั้ง : หนึ่งในวัสดุไม่กี่ประเภทที่สามารถตัดและติดตั้งได้ด้วยตัวคุณเอง ไม่ต้องพึ่งผู้รับเหมาสร้างครัวมืออาชีพ

ราคา : เป็นวัสดุที่มีราคาถูกกว่าวัสดุยอดนิยมอื่นๆ หลายเท่าตัว


ท็อปกระจก

ใช้งานได้ดีที่สุดกับ : รอบๆ อ่างล้างจานเพื่อสร้างจุดสนใจให้บาร์อาหารเช้า ด้วยคุณสมบัติสะท้อนแสงของผิววัสดุ ทำให้เหมาะกับการใช้เป็นท็อปครัวให้ห้องขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มความสว่างให้ห้องดูกว้างขวางขึ้น

ดูดีที่สุด : ใช้กับครัวที่มีความร่วมสมัยเพื่อผลลัพท์ดีเยี่ยม แต่ไม่เหมาะนักกับครัวสไตล์คันทรี่ สามารถซ่อนไฟไว้ใต้ท็อปเพื่อสร้างจุดสนใจให้กับห้องครัว

การทำความสะอาด : ต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดเมื่อถูกของเหลวเพื่อไม่ให้เกิดคราบติดบนผิว เป็นวัสดุที่ปลอดภัยต่อสุขอนามัยมากเนื่องจากไม่มีรอยต่อ หรือร่องรอยซึ่งจะเป็นที่ขังของฝุ่นสกปรก สามารถเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดแก้ว

ความทนทาน : กระจกสำหรับทำท็อปครัวถูกพัฒนาให้มีความแข็งแรงทนทานยิ่งขึ้นทั้งความร้อน กรด และการกันน้ำ อาจเกิดรอยขีดข่วนได้ แต่สามารถแก้ไขด้วยการขัดเบาๆ

ความสะดวกในการติดตั้ง : ท็อปกระจกสามารถตัดเป็นรูปทรงได้หลากหลาย รวมถึงการตัดเป็นช่องเพื่อใส่เตา หรืออ่างล้างจาน

ราคา : มีราคาค่อนข้างสูง สำหรับความหนามาตรฐานอยู่ที่ 15 มิลลิเมตร



ท็อปสเตนเลสสตีล

ใช้งานได้ดีที่สุดกับ : รอบๆ อ่างล้างจาน ข้างเตา และพื้นที่เตรียมอาหาร 

ดูดีที่สุด : เมื่อต้องการลุคแบบอินดัสเตรียล และความร่วมสมัย สามารถใช้ร่วมกับวัสดุอื่นๆ เพื่อลดความแข็งกระด้างของภาพรวม

การทำความสะอาด : เหมาะกับครัวในร้านอาหารเพราะคุณสมบัติเรื่องความสะอาดปลอดภัยต่อสุขภาพ และยังง่ายต่อการทำความสะอาด ใช้น้ำยาทำความสะอาดโลหะ หรือเบบี้ออยล์เพื่อเช็ดขจัดคราบสกปรก

ความทนทาน : มีความทนทานสูงมาก ทนต่อความร้อน กรด และกันน้ำได้อย่างยอดเยี่ยม มีแนวโน้มจะเกิดรอยได้ง่าย(ซึ่งต้องทำใจ) แต่ไม่กระทบคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรีย  

ความสะดวกในการติดตั้ง : สามารถติดตั้งอ่างล้างจานด้วยการเจาะช่องและติดตั้งรางสำหรับใส่อ่าง เหมาะกับการออกแบบที่เรียบง่าย เพราะจะทำให้ตัดสเตนเลสสตีลเพียงชิ้นเดียว หลีกเลี่ยงการเกิดรอยต่อ

ราคา ถูกกว่าหินแกรนิต


Copyright - DECK.

8.28.2014

CLASSIC : เก้าอี้ LCW ออกแบบโดย Charles & Ray Eames

มาทำความรู้จักกับเก้าอี้ LCW ที่เราคุ้นตา ซึ่งมีอายุเกือบ 70 ปี

ในช่วงทศวรรษที่ 30 ดีไซเนอร์ Charles Eames (ร่วมกับ Eero Saarinen) ค้นหาวิธีการการหล่อรวมที่นั่งและพนักเก้าอี้ให้เป็นทรงโค้งชิ้นเดียวและสร้างเป็นงานเก้าอี้มากมาย แต่ก็ไม่นานนักหลังจากการถือกำเนิดของรูปทรงเฝือกสำหรับนักบินที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ไอเดียของเขาก็ผุดขึ้น หลังจากนั้นชาร์ลใช้ประสบการณ์ในการดัดไม้ให้โค้งเลียนแบบทรวดทรงของขามนุษย์ และกลับไปร่วมงานกับ Ray ภรรยา ในปี 1945 จนเกิดเป็นผลงานที่ไม่อาจประเมินมูลค่ามากมาย



หลังผ่านการลองผิดลองถูกมาหลายครา สองสามี-ภรรยานักออกแบบ ก้าวข้ามเทคนิคที่แสนยุ่งยากของพวกเขา ด้วยการประนีประนอมในการออกแบบให้ใช้ชิ้นส่วนที่แยกกัน ในช่วงเวลาที่เทรนด์เฟอร์นิเจอร์ในประเทศมีรูปแบบทึบตัน ยุ่งเยอะ และเทอะทะ เก้าอี้ LCW (Lounge Chair Wood) กลับให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติ ตอบรับกับสรีระในการใช้งาน ไม่ซับซ้อน และเป็นงานดีไซน์ที่ดูนอบน้อม เป็นนิยามของงานออกแบบในยุคโมเดิร์น 

Charles & Ray Eames
ทุกวันนี้ มันยังเป็นผลงานที่ขายดีอย่างแพร่หลาย รูปทรงเตี้ยเหมาะกับการใช้ในโถงอาคาร หรือล็อบบี้โรงแรม ไม่แปลกใจเลยที่นิตยสาร Time ยกย่องให้ LCW เป็นงานดีไซน์ยอดเยี่ยมแห่งศตวรรษที่ 20 และยังคงใช้ได้ดีกับการวางตัวอยู่ในสถาปัตยกรรมยุคปัจจุบัน


ออกแบบโดย Charles และ Ray Eames ปี 1945/6 ปัจจุบันผลิตขายโดย Vitra

8.27.2014

STYLE : Louis Vuitton พบ Cassina


When Fashion meets Furniture 


เมื่อเจ้าแม่แห่งวงการแฟชั่นอย่าง Louis Vuitton มาพบกับเจ้าพ่อของวงการเฟอร์นิเจอร์ระดับตำนานอายุกว่า 87 ปี อย่าง Cassina ในยุค 2010's ผลลัพธ์คือเลาจน์แชร์ LC4 CP รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพื่อรำลึกถึงสถาปนิก-นักออกแบบ Charlotte Perriand หนึ่งในสามผู้ออกแบบร่วมกับ Le Corbusier และ Pierre Jeanneret ทีมสร้างสรรค์งานคลาสสิกชิ้นนี้ ซึ่งผลิตครั้งแรกตั้งปี 1928


ความน่าสนใจอยู่ที่การใช้วัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้ผลิตกระเป๋าหลุยส์ รายละเอียดการตัดเย็บอันประณีตบรรจง และจัดทำขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 1,000 ชิ้นทั่วโลก ซึ่งทุกตัวจะมีหมายเลขกำกับ และสามารถพิมพ์ชื่อของคุณลงบนเฟอร์นิเจอร์หรู


Charlotte Perriand

8.26.2014

CLASSIC : Componibili จาก Kartell


ย้อนกลับไปในปี 1969 เมื่อซีรีย์ดังเรื่อง Space Racer กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง และเป็นช่วงเวลาที่โลกแฟชั่นส่งอิทธิพลถึงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์อย่างมหาศาล ตู้เอนกประสงค์นาม"คอมโพนิบิลี่" ผลงานเอกของ Anna Castelli Ferrieri ผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนงานออกแบบยุคหลังสงครามโลกในประเทศอิตาลี ถูกออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลายและใช้ประโยชน์ได้ยอดเยี่ยม (ชื่อของมัน แปลว่า กองซ้อนกัน หรือ ส่วนต่างๆซึ่งรวมกันได้) ซึ่งเป็นผลงานที่สร้างชื่อให้กับ Kartell ในยุคเริ่มแรก 


ไม่กี่ปีหลังจากออกจำหน่ายคอมโพนิบิลี่ได้ถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (MOMA: Museum of Modern Art) นิวยอร์ค โดยถูกขนานนามว่า The New Domestic Landscape และได้กลายเป็นจุดสนใจยิ่งขึ้นเมื่อห้างบลูมมิ่งเดลส์ในนครนิวยอร์คทำการประดับยอดอาคารด้วยรูปทรงซ้อนกันคล้ายผลงานชิ้นนี้ 


แม้จะไม่สามารถพามนุษย์ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ได้เช่นยานอวกาศจริง แต่ทุกวันนี้มันก็ยังเป็นผลงานที่ขายดีไม่เสื่อมคลาย ด้วยการนำเสนอในแบบมินิมอลอย่างมีสไตล์ เข้าย่างกรายสู่ห้องนอนและห้องน้ำในบ้านของมนุษย์โลกมาแสนนาน

SHOP : หาซื้อได้ที่ Kartell สยามพารากอน

TALK : Øivind Alexander Slaatto นักออกแบบ-นักดนตรี

ใครเคยยลโฉมเจ้าลำโพงสุดสวย BeoPlay รุ่น A9 จาก Bang & Olufsen คงเห็นพ้องว่ามันคือหนึ่งในลำโพงที่สวยที่สุดในโลก และยิ่งน่าสนใจเพราะมันออกแบบโดยดีไซเนอร์ซึ่งเคยเป็นสมาชิกวงออเครสตร้า 

Øivind Alexander Slaatto

นักออกแบบรุ่นใหม่ชาวเดนมาร์ก Øivind Alexander Slaatto จบการศึกษาจาก Royal Danish Academy of Music และเคยตระเวนเล่นคอนเสิร์ตออเครสตร้ามาแล้วทั่วยุโรป แต่การเป็นนักออกแบบคือสิ่งที่เขาใฝ่ฝันเช่นกัน จึงได้ศึกษาต่อที่ Danish Design School ใน Copenhagen จนจบการศึกษาปริญญาโทสาขาออกแบบอุตสาหกรรม 


Slaatto สร้างสรรค์ A9 ให้เป็นงานที่โชว์ทั้งนวัตกรรมและความสวยงาม ด้วยรูปทรงเหมือนแผ่นดิสก์สีขาว ให้ลุคสไตล์มินิมัล เมื่อนำไปจัดวางตกแต่งภายในห้องรูปร่างของมันกลับดูประหนึ่งชิ้นงานประติมากรรม ทั้งยังให้ผู้ใช้งานมีทางเลือกในการติดตั้ง สามารถวางบนพื้น โดยมีขาตั้งที่ทำจากไม้โอ๊ค ไม้บลีช หรือไม้สัก ทำให้คุณสามารถเลือกขาตั้งที่เข้าคู่กับวัสดุปูพื้น หรือจะใช้ยึดติดกับผนัง ซึ่งมีสีให้เลือกเพื่อสร้างความโดดเด่นบนกำแพง อย่างสีเงิน แดง เขียว น้ำตาล หรือดำ



หากถามว่า การเป็นนักดนตรี มีส่วนช่วยอย่างไรในการออกแบบผลงานชิ้นนี้ Slaatto ตอบว่า "ดนตรีสอนผมให้รู้จักหลอมรวมเอาความสนุกและความมีวินัยเข้าด้วยกัน และขีดเส้นแบ่งระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับกระบวนการคิดวิเคราะห์ Arnold Jacobs นักดนตรีทูบาแห่ง Chicago Symphony Orchestra เคยกล่าวไว้ว่า "วิเคราะห์ = อัมพาต" คุณจะได้ผลลัพธ์ของผลงานที่ดีกว่าหากคุณสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่จะสร้างสรรค์ การวิเคราะห์จะตามมาหลังจากนั้น เหมือนคุณอยู่บนเวที คุณไม่สามารถจะมานั่งวิเคราะห์ในเวลาที่คุณกำลังแสดงบทเพลง เช่นเดียวกับทุกวันนี้ที่ผมพยายาม 'เล่นสนุก' กับการออกแบบ"



SHOP : BeoPlay รุ่น A9 จาก Bang & Olufsen มีจำหน่ายที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่

8.25.2014

THAI : LOQ โต๊ะไม้ไฮเอนด์

หลายครั้งในการพูดคุยกับเจ้าของบ้าน โต๊ะรับประทานอาหาร เป็นหนึ่งในพระเอกของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเฟอร์นิเจอร์สำหรับอวดโชว์ หรือการใช้งานที่เป็นศูนย์รวมของสมาชิกในบ้าน และโต๊ะไม้อวดผิวสวยอย่างธรรมชาติขนาดใหญ่ก็เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง
LOQ เกิดจากความร่วมมือของสถาปนิก จุติ กลีบบัว กับ อัครพล ประเสริฐสม ซึ่งทำธุรกิจโรงไม้ เป็นส่วนผสมของการคัดสรรวัสดุชั้นเยี่ยม กับการออกแบบและมุมมองของสถาปนิก สร้างสรรค์เป็นโต๊ะไม้ที่สวยงามด้วยเรื่องราวของตัวมันเอง 

หลังจากเริ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ จุติได้ศึกษาหาข้อมูลจากงานแฟร์ในต่างประเทศ พบว่า ประเทศไทยและละแวกใกล้เคียงนี้ เป็นภูมิภาคที่มีไม้ดีที่สุดในโลก "จริงๆ แล้ว ประเทศไทยมีไม้สัก ไม้มะค่าที่มีคุณภาพดีที่สุด ดีกว่ามาเลเซีย หรืออินโดนีเซียเสียอีกเพราะพวกเขามีภูมิประเทศที่มีความชื้น เนื้อไม้จะมีความพรุนกว่า ส่วนบ้านเราด้วยแร่ธาตุในดินด้วย ทำให้มีไม้หลายชนิดที่มีเนื้อและสีสันสวยงาม ไม้ที่ได้จะมาจากไม้ป่าปลูกทดแทน หรือป่าปลูกที่ทำสำหรับอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ"


แนวความคิดในการออกแบบของ LOQ คือการใช้ไม้ขนาดใหญ่ที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด ตัดเฉือนออกน้อยที่สุด และสร้างสรรค์ชิ้นงานจากตัวตนของวัสดุ โดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ทั้งวิศวกร หรือนักออกแบบที่มีความเข้าใจเรื่องวัสดุ ซึ่งได้ นิพิฐพนธ์ ภูริชบุญทรัพย์ มาร่วมทีม "ในเริ่มต้นสร้างผลงานแต่ละชิ้น ตัวไม้ต้องเป็นพระเอก เพราะไม้ขนาดใหญ่มีคุณค่าทางกาลเวลา บางชิ้นพอพิสูจน์คาร์บอนแล้วอายุมากกว่า 250 ปี ในการออกแบบจึงไม่อยากให้เป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ต้องเป็นเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งของบ้าน" จุติเล่าถึงแนวความคิดในการออกแบบ

งานออกแบบอื่นๆ งานดีไซน์มักเป็นจุดเด่นอยู่เหนือวัสดุ แต่งานของ LOQ จะใช้ดีไซน์ไปแต่งเติมวัสดุเพียงเล็กน้อย ไม่มากเกินที่จะไปข่มความสวยงามของวัสดุ จุติเล่าถึงการใช้ทักษะทางสถาปัตย์ร่วมในการออกแบบ "ผมจะดูว่า เมื่อผลงานเสร็จสมบูรณ์แล้วนำไปวางอยู่ในพื้นที่ใดๆ จะต้องไม่ข่มสภาพแวดล้อม สามารถอยู่กับห้องได้หลากหลายสไตล์ รวมถึงการออกแบบขาตั้ง หรือฐานที่เหมาะสมกับไม้แต่ละชิ้นที่จะใช้แต่วัสดุแท้ อย่างทองเหลือง อลูมิเนียม และหินจริงทั้งก้อน ร่วมกับดีไซน์เรียบง่าย เส้นสายน้อยๆ เพื่อส่งเสริมความยิ่งใหญ่ของไม้แต่ละชิ้น"


ผลงานล่าสุดของ LOQ ในคอลเลคชั่น 2014 จะมีความร่วมสมัยมากขึ้น อาทิ โขน ใช้เส้นสายในแบบโมเดิร์น และลดขนาดลงเล็กน้อยเพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่ม luxury condomenium ปัจจุบัน LOQ ได้ร่วมกับ Motif ในการให้เป็นผู้จัดจำหน่ายเจ้าเดียวในประเทศไทย สามารถชมผลงานได้ที่โชว์รูม ชั้น 5 เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ 

CLASSIC : Bong จาก Cappellini


ผลงานดีไซน์คลาสสิกของ Giulio Cappellini โต๊ะข้าง Bong หนึ่งในดีไซน์ไอคอนของแบรนด์ Cappellini มีอายุครบ 10 ปีในปีนี้ ด้วยลูกเล่นในการออกแบบที่ใช้ทรงกลม สามารถเติมความสนุกให้กับห้องต่างๆ ผ่านน้ำหนักเบาพร้อมเคลื่อนย้ายได้ทุกเมื่อ ลวดลายถูกดีไซน์เติมความเก๋หลายแบบทั้งสีพื้น สีสันสดใส ลายวัสดุอย่างหินอ่อน หรือลายกราฟิก ทั้งหมดทำให้โต๊ะข้างที่เราคุ้นตาชิ้นนี้คงความนิยมมาจวบจนปัจจุบัน 

มีจำหน่ายที่ Motif ชั้น 5 เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่





TALK : ดีไซเนอร์โคมไฟ Adriano Rachele จาก SLAMP


นักออกแบบแห่ง SLAMP แบรนด์โคมไฟชั้นนำจากอิตาลี Adriano Rachele ร่วมงานกับ SLAMP มาตั้งแต่เป็นฝ่ายวิจัยและพัฒนา ออกแบบบรรจุภัณฑ์ จนก้าวมาเป็นดีไซเนอร์โคมไฟเต็มตัว ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวหอกของทีมนักออกแบบผู้สร้างผลงานที่เราคุ้นตา และเป็นลายเซ็นต์ของแบรนด์ Veli ที่ได้รับรางวัล Red Dot Design มาแล้ว


คุณเริ่มอาชีพนักออกแบบได้อย่างไร
หลังจบการศึกษาสาขาการออกแบบอุตสาหกรรมในปี 2007 ก็ได้เริ่มงานในแผนกวิจัยและพัฒนาของ SLAMP ซึ่งทำงานค้นคว้าข้อมูลหลายอย่างทั้งเรื่องวัสดุ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ จนได้ลองออกแบบโคมไฟเองคือ Marie Fleur ซึ่งทางผู้บริหารเห็นศักยภาพในการออกแบบของเราจึงให้ทำงานดีไซน์โคมไฟเรื่อยมา

การที่คุณทำงานในส่วนอื่นๆ ของ SLAMP มาก่อน อย่างงานบรรจุภัณฑ์ เป็นประโยชน์ในงานออกแบบไหม
จริงๆ การที่เราทำงานในส่วนอื่นๆ ของบริษัทมานาน ทำให้เราได้เรียนรู้กระบวนการ รู้เป้าหมาย หรือแก่นของบริษัท วัตถุดิบต่างๆ มีอะไรบ้าง ยังขาดอะไร ต้องการอะไร ทำให้สามารถพัฒนางานได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

คุณพูดถึงแก่น หรือจุดเด่นของ SLAMP มันคืออะไร
การเลือกใช้วัสดุใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงการพัฒนาวัสดุให้น่าสนใจ ทั้งการพ่นสี เล่นกับความอ่อนนุ่มของวัสดุ เรามีทีมวิศวกรพัฒนาตัววัสดุโดยเฉพาะ ซึ่งทำงานร่วมกับนักออกแบบระดับโลกมากมาย รวมทั้งทีมนักออกแบบรุ่นใหม่ อย่างผลงาน Veli ของผมที่ได้รับรางวัล Red Dot ในปี 2010 ผมได้แรงบันดาลใจจากความอ่อนช้อยของวัสดุที่มีความคล้ายผ้า จึงเอามาพับ ซ้อน เย็บติดกันคล้ายรายละเอียดในเสื้อผ้าของผู้หญิง  และที่ทำให้มันประสบความสำเร็จคือยังไม่เคยมีใครใช้วัสดุนี้ในการสร้างสรรค์งานลักษณะนี้มาก่อน

Veli ผลงานที่เราคุ้นตา ได้รับรางวัล Red Dot มาแล้ว


พูดถึงตัว Veli ผมคาใจมานานว่าจริงๆ แล้วในรูปแบบที่ดูซ้อนทับกันเป็นกลีบมากมาย โคมแต่ละตัวเหมือนกันหรือเปล่า
(หัวเราะ) ถึงมันจะดูยุ่งเหยิง แต่จริงๆ แล้วทุกตัวเหมือนกันหมด คือมี 40 เส้น 7 แถว นำมาเกี่ยวติดกันตามแพทเทิร์นที่วางไว้ ไม่ว่าจะตัวเล็กตัวใหญ่ ที่สำคัญคือทุกชิ้นเป็นงานทำมือ

พูดถึงคอลเลคชั่นล่าสุด 
Clizia ที่มีลักษณะคล้ายดอกไม้ พัฒนามาจากตัว Veli ยังคงคอนเส็พท์การยึดเกี่ยวกันเป็นแพทเทิร์น แต่จุดเด่นอยู่ที่มีการพ่นสีลงไปในวัสดุแต่ละชิ้น ในแต่ละตัวจะประกอบด้วย 5 เฉดสี เราได้แรงบันดาลใจจากกลีบดอกไม้ ในดอกไม้หนึ่งดอกก็จะมีสีที่แตกต่างกันในตัวเองที่ทำให้เกิดมิติและความสวยงาม เราจึงใช้การพ่นสีที่แตกต่างอ่อน-เข้ม ซ้อนกัน อีกทั้ง SLAMP เองเป็นผู้นำในการพ่นสีให้เป็นฝุ่นละอองลงเหมือนเป็นเนื้อเดียวกันกับวัสดุ ซึ่งช่วยทำให้ภาพรวมของผลงานดูมีราคามากยิ่งขึ้น



SLAMP ได้ร่วมงานกับดีไซเนอร์ระดับโลกมากมายอย่าง Zaha Hadid, Alessandro Mendini นั่นทำให้คุณกดดันในการสร้างสรรค์งานของตัวเองไหม
ไม่รู้สึกกดดันนะ แต่รู้สึกภูมิใจ ดีใจ และเป็นเกียรติมาก เวลาที่นักออกแบบเหล่านั้นมาที่บริษัท ผมจะหาโอกาสเข้าไปศึกษา นั่งชมการทำงาน พูดคุยกับเขา เรียนรู้จากพวกเขาให้ได้มากที่สุด ถือเป็นแหล่งความรู้ที่มีค่ามาก และไม่มีวันหมด

คุณมีดีไซเนอร์ในดวงใจไหม 
ผมเป็นคนอิตาลี ก็ขอนิยมดีไซเนอร์ชาวอิตาลี อย่างงานออกแบบโคมไฟของ Munari ผลงานเขาเคยถูกยกมาสอนตอนเรียนในมหาวิทยาลัย จึงรู้สึกนับถือเหมือนเขาเป็นอาจารย์ของเราด้วย 

อะไรคือจุดเด่นในงานของคุณ
ผมชอบงานที่เกิดจากการทำมือ และมีความเป็นแฟชั่นอยู่ด้วย 

ในความคิดของคุณ โคมไฟมีความสำคัญอย่างไรในการตกแต่งบ้าน
แสงไฟยังไงก็มีความสำคัญอยู่แล้ว แต่สำหรับการเลือกใช้โคมไฟ สำหรับผมต้องทำให้ห้องนั้นเกิดความรู้สึกตื่นเต้น ในขณะที่ให้ความสว่างเหมาะสม เมื่อคุณหรือแขกที่เข้ามาในห้องนั้น โคมไฟจะต้องทำให้เขารู้สึกตื่นตาตื่นใจ 

ผลงานของคุณได้รางวัลระดับโลก ได้ส่งออกไปทั่วโลก ได้โชว์โฉมในงานแฟร์ที่ยิ่งใหญ่ ถึงวันนี้ในวัย 30 ปี คุณคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง
แม้ว่าจะมีชื่อเสียงขึ้น แต่ก็ยังต้องพัฒนาอีกเยอะ ที่ผ่านมาเป็นเหมือนแค่ตัวช่วยให้เราก้าวต่อไปอย่างมั่นคงขึ้น เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรหยุดนิ่ง โดยเฉพาะโลกของงานออกแบบที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทุกปี  มีการพัฒนาสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะวัตถุดิบหรือเทคโนโลยีอยู่เสมอ อย่างการเปลี่ยนผ่านมาใช้ไฟ LED ในปัจจุบัน อีกไม่กี่ปีอาจจะมีไฟชนิดใหม่ที่ดีกว่าออกมา ดังนั้นเราจึงพัฒนาตัวเองเพื่อให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนไป

SLAMP มีจำหน่ายที่ #บุญถาวร Lighting & Lifestyle Center